คริสโตเฟอร์ ไรท์ ครูพันธุ์เด็กแนว

คริสโตเฟอร์ ไรท์  ครูพันธุ์เด็กแนว

คริสโตเฟอร์ ไรท์ ครูพันธุ์เด็กแนว

www.mixmagazine.in.th

สนับสนุนเนื้อหา

นานมาแล้ว ประเทศไทยเรามีหลักสูตรการสอนภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ประถม มัธยม และมหาวิทยาลัย ตามลำดับ ปรากฏว่าคนส่วนใหญ่ที่จบหลักสูตรออกมา มีความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษน้อยว่าที่ควรจะเป็น การเรียนการสอนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งจำเป็น จึงเกิดโรงเรียนรับสอนภาษาอังกฤษขึ้นมากมาย รวมถึงกระจายเข้าไปสู่สื่อการเรียนสอนต่างๆ การเรียนภาษาอังกฤษให้ดีนั้นอาจเหมารวมไปถึงครู อาจารย์ ที่สามารถถ่ายทอดวิชาความรู้ไปยังลูกศิษย์ให้เข้าใจได้ดี

คริสโตเฟอร์ ไรท์ คือหนึ่งในครูพันธุ์ใหม่ที่หลายบอกบอกว่าเขาเป็นครูของเด็กแนว ที่พยายามถ่ายทอดความคิดการเรียนการสอนด้วยสื่อผสมหลายรูปแบบ ซึ่งอาจแตกต่างจากรูปแบบที่เราเคยเห็นกัน แต่กลับแฝงความสนุกไปในตัว เขาคือครูที่อายุสามสิบต้นๆ มีผลงานการเขียนหนังสือด้านภาษาอังกฤษไปแล้วเกือบสิบเล่ม เปิดโรงเรียน Chris English มีรายการโทรทัศน์เกี่ยวภาษาอังกฤษที่ชื่อว่า Chris Delivery แถมยังมีทอล์คโชว์ออกมานำเสนอให้คนได้ดูอีกด้วย ถือว่าเป็นคนที่ทำอะไรมาไม่น้อยเลยทีเดียว


"ถ้าพูดถึงสิ่งที่ทำให้คนรู้จักผมมากที่สุดก็น่าจะเป็นรายการ Chris Delivery รองลงมาก็คงจะเป็นหนังสือ ตัวท้อล์กโชว์ก็มีเหมือนกัน คือผมจะพยายามเข้าไปในศิลปะที่คนไทยชอบเสียมากกว่า" คริสโตเฟอร์ ไรท์ พยายามอธิบายถึงตัวตนด้วยวาจาที่ชัดคำและรวดเร็ว

เขาเป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ โดยมีแม่เป็นครูสอนภาษาไทย และมีพ่อเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ ทำให้การใช้ภาษา และการใช้ชีวิตสามารถทำได้อย่างเป็นธรรมชาติทั้งสองทาง ในช่วงหนึ่งเขาได้ไปใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษ แต่รู้สึกว่าไม่ชอบจึงกลับมาเรียนที่ประเทศไทยแทน การค้นหาตัวเองสำหรับเขานั้นถือว่าเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีเป้าหมายที่ชัดเจน บวกกับการลงมือทำอย่างจริงจังจนทำให้มีผลงานโดดเด่นกว่าคนอื่นๆ

 

" ผมเชื่อว่าคนเราเกิดมาบนโลกนี้เพื่อทำอะไรสักอย่าง แต่คนส่วนใหญ่มักจะค้นหาตัวเองไม่เจอ พอเราชอบอะไรสักอย่างคนเราจะไม่หยุด แล้วจะทำได้ตลอดเวลา ผมโชคดีมาที่ผมค้นหาตัวเองเจอ ถ้านั่งไทม์แมชชีนกลับไปในสมัยก่อน 15 ปีที่แล้ว ไปบอกตัวเองว่าจะเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แล้วเปิดโรงเรียน ตัวผมตอนนั้นคงคิดว่าบ้ารึเปล่า เพราะไม่เคยคิดเลยว่าจะเป็นแบบนี้ได้ "

 

"พอเรียนจบ เราค้นหาตัวเองเจอว่าเราจะมาเป็นอาจารย์ แต่คิดว่าถ้าไม่ทำอะไรกับตัวเองชีวิตก็จะหยุดอยู่แค่นี้ คือเป็นอาจารย์แก่ๆ สอนไปเรื่อยๆ ไม่มีอะไร ก็เลยวางแผนขึ้นมาว่าจะต้องทำอะไรบ้าง โดยเห็นคุณแอนดรูว์ บิ๊ก ที่เป็นต้นแบบว่าเขาทำอะไรบ้าง มีรายการโทรทัศน์ แล้วก็เขียนหนังสือ ช่วงนั้นจะมีนักพูดเยอะ ก็อยากทำบ้าง แล้วเราก็คิดว่าเป็นลูกจ้างเขาอย่างเดียวไม่รวยแน่ๆ ก็เลยต้องมีโรงเรียนสอนภาษาของตัวเอง คือต้องคิดว่าจะทำอะไรเป็นสเต็ปที่ 1 คือคนที่จะประสบความสำเร็จต้องคิดอย่างเป็นขั้น บางคนบอกว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด ผมบอกว่าไม่จริง คุณต้องรู้ว่าพรุ่งนี้ต้องทำอะไร คุณต้องรู้ว่าเดือนหน้า หรือปีหน้าต้องทำอะไร คุณจึงก้าวเป็นสเต็ปไปเรื่อยๆ"

 

แต่นั่นเป็นแค่แนวความคิดเท่านั้น เพราะชีวิตจริงเขาเริ่มเดินทางโดยการไปหาสมัครงานในตำแหน่งอาจารย์ โดยสมัครไปทั้งหมด 10 กว่าแห่ง แต่ไม่มีใครรับ ด้วยความไม่ท้อ เขาพยายามสมัครต่อไป จนในที่สุดก็ได้เป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

"ผมเชื่อว่าคนเราทุกคนมีกุญแจอยู่ดอกหนึ่ง เพียงแต่เราไขประตูผิด เราก็ไขไปเรื่อยๆ แล้วมองต่อไปว่าเราต้องเขียนหนังสือ เชื่อรึเปล่าว่าผมไปเสนอสำนักพิมพ์ 10 กว่าที่ ไม่มีใครเอา แต่โชคดีที่ผมทำงานให้เนชั่น เขาก็เลยให้ผมไปเสนอที่เนชั่นบุ๊ค แล้วก็ได้ออกหนังสือ"

ในที่สุดเขาก็มีทั้งพ็อกเก็ตบุ๊กและโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ จนทำให้คนจำนวนหนึ่งรู้จักเขา แต่นั่นก็เป็นเพียงจำนวนน้อยเท่านั้น จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของเขาจริงๆ ก็คือการที่รายการเจาะใจเชิญเขามาเป็นแขกรับเชิญ หลังจากนั้นกระแสตอบรับในตัวเขาก็ดีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้หนังสือขายได้เป็นจำนวนมาก โรงเรียนที่เปิดสอนก็มีคนมาเรียนเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นเขาได้ทำรายการ Chris Delivery ซึ่งเป็นรายการภาษาอังกฤษเพียงไม่กี่รายการในประเทศที่มีคนนิยมดู เขากลายเป็นครูสอนภาษาอังกฤษที่โด่งดังที่สุดคนหนึ่งในยุคนี้ก็ว่าได้

 

"คนไทยชอบคิดว่าครูต้องอยู่เบื้องบน แต่ผมมองว่าผมเป็นครูติดดิน ครูเด็กแนว โดยมีบางคนบอกว่าผมเก่งไม่จริง เพราะอาจจะเน้นเรื่องบันเทิงเยอะ ปีหน้าผมจะเบี่ยงเบนเรือของผมเข้าไปสู่การศึกษา เพื่อโชว์ให้คนเห็นว่าผมศึกษามาเยอะ รู้เยอะ ผมเขียนหนังสือเอง ทำรายการเอง ทำทอล์คโชว์ มีเสียงตำหนิก็ไม่เป็นไร แต่ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ ผมพยายามเปลี่ยนทัศนคติของคนไทย เพราะครูสูงส่งไม่ได้อยู่บนดินมันสื่อสารกันยาก บางครั้งอาจจะมีปัญหาเรื่องการข้ามเส้นอยู่บ้าง แต่ผมก็มีเส้นขีดเอาไว้เหมือนกัน"

จากที่อยู่ในวงการสอนภาษาอังกฤษมาระยะหนึ่ง ทำให้เขามองเห็นถึงสาเหตุที่คนไม่สามารถเก่งภาษาอังกฤษได้ เพราะทุกวันนี้คนไทยมองภาษาอังกฤษว่ายาก น่าเบื่อ เรียนไปแล้วไม่ได้ใช้ นั่นจึงเป็นหน้าที่ของเขาที่พยายามทำให้คนเห็นว่า ภาษาอังกฤษมันง่าย ด้วยการเรียนการสอนที่สนุกสนาน ใช้ได้ในชีวิตประจำวัน

 

"ขั้นแรกคือต้องเปิดใจชอบมันก่อน ถ้าไม่ชอบก็จบ งานของผมคือการนำภาษาอังกฤษเข้าไปสู่ในหัวใจของคนหมู่มากระดับประเทศเลย คือถ้าใจชอบ เดี๋ยวหูตาปากมันจะเปิดเข้ามาเอง ถ้าใจไม่ชอบ จะพยายามยัดให้เขาพูดให้เขาฟัง เขาก็ไม่ชอบสักเท่าไหร่ เพราะชอบมองภาษาอังกฤษเป็นคอร์สสั้นๆ หาทางลัดแล้วก็จบ แต่ความจริงมันเป็นสิ่งที่ต้องเรียนหรือฝึกกันอย่างต่อเนื่อง เช่น ดูหนังฟังเพลง คือคุณต้องหัดใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองก่อน เวลาที่มีเพลงภาษาอังกฤษก็หัดสังเกตและเรียนรู้ว่าเขาร้องอะไรบ้าง

"ปีหน้าผมจะเขียนหนังสือ สาเหตุที่คนไทยไม่เก่งภาษาอังกฤษ 69 เหตุผล อย่างเช่น ระบบการเรียนการสอนในประเทศไทยจะชอบสอนไวยากรณ์ก่อน ซึ่งทำให้หลักสูตรนั้นดูยาก ไม่เหมาะกับเด็กเพราะเด็กไม่สามารถทำได้ จนในที่สุดก็เรียนจบออกมาโดยแทบจะไม่ได้รู้ภาษาอังกฤษ"

Know Him

• เขาเรียนจบปริญาตรี Mahidol University Internationnal College (MUIE), Bangkok Patana School,Ruamrudee International School ซึ่งอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด
• งานเขียนหนังสือของเขาจากที่ตอนแรกไปเสนอสำนักพิมพ์ไม่มีใครรับ ปัจจุบันเขาเขียนหนังสือที่มีการตีพิมพ์ไปแล้ว 7 เล่ม
• นอกจากนี้เขายังเคยเล่นหนังเรื่อง ดรีมทีม และได้พากย์เป็นทอมมี่ในหนังเรื่อง มะหมา 4 ขาครับ

 

เนื้อหาโดย : www.mixmagazine.in.th

คุณปู่วัย 75 ลบคำสบประมาท “กระดูกผีเดินได้” กลายเป็น “คุณปู่หุ่นล้ำบึ้ก”

คุณปู่วัย 75 ลบคำสบประมาท “กระดูกผีเดินได้” กลายเป็น “คุณปู่หุ่นล้ำบึ้ก”

7 คำถามเปลือยตัวตน เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์

7 คำถามเปลือยตัวตน เอกกี้ เอกชัย เอื้อสังคมเศรษฐ์

did you know? งานแรกของ'ณเดชน์'คือ...?

did you know? งานแรกของ'ณเดชน์'คือ...?

นั่งคุยกับ 'เอส-กันตพงศ์' ผ่านชีวิต 4 มุม

นั่งคุยกับ 'เอส-กันตพงศ์' ผ่านชีวิต 4 มุม

เคล็ดลับสายเมา ดื่มอย่างไรไม่ต้องให้ใคร มาลากกลับบ้าน!!!

เคล็ดลับสายเมา ดื่มอย่างไรไม่ต้องให้ใคร มาลากกลับบ้าน!!!

เปิดประวัติ ไฮโซแม็กซ์ หวานใจ ไอซ์ อภิษฎา ทั้งหล่อ ทั้งโปรไฟล์ดี

เปิดประวัติ ไฮโซแม็กซ์ หวานใจ ไอซ์ อภิษฎา ทั้งหล่อ ทั้งโปรไฟล์ดี

รูปร่างดี หน้าตาได้ แต่ดำ อุปสรรคที่เลือกไม่ได้ของนายแบบผิวสีคนแรกในเกาหลีใต้

รูปร่างดี หน้าตาได้ แต่ดำ อุปสรรคที่เลือกไม่ได้ของนายแบบผิวสีคนแรกในเกาหลีใต้

"Dress for Success" แต่งตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จริงหรือไม่?

"Dress for Success" แต่งตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง จริงหรือไม่?

จากความมุ่งมั่นที่ไม่เคยย่อท้อ กับเส้นทางชีวิตใหม่ของ ‘ต้น เดอะ วอยซ์’

จากความมุ่งมั่นที่ไม่เคยย่อท้อ กับเส้นทางชีวิตใหม่ของ ‘ต้น เดอะ วอยซ์’

หลังฉาก ของผู้ชายที่คนทั้งโลกเรียกขานเขาว่า "กอลลัม" และ "ซีซาร์"

หลังฉาก ของผู้ชายที่คนทั้งโลกเรียกขานเขาว่า "กอลลัม" และ "ซีซาร์"

ส่องพัฒนาการความหล่อ เอส วรฤทธิ์ อายุ 41 แต่หน้าเด็กมาก

ส่องพัฒนาการความหล่อ เอส วรฤทธิ์ อายุ 41 แต่หน้าเด็กมาก

เปิดแฟ้ม 5 หนุ่มหัวกะทิ

เปิดแฟ้ม 5 หนุ่มหัวกะทิ

เจาะชีวิต เจ้าของสายการบิน "กานต์แอร์" จากยากจน รองเท้าไม่มี สู่ธุรกิจมูลค่าพันล้าน

เจาะชีวิต เจ้าของสายการบิน "กานต์แอร์" จากยากจน รองเท้าไม่มี สู่ธุรกิจมูลค่าพันล้าน

นิรัติศัย บุญจันทร์  — The Novelty of Paperless

นิรัติศัย บุญจันทร์ — The Novelty of Paperless

Les Wexner ชายวัย “79” ผู้อยู่เบื้องหลังความดังของ Victoria’s Secret

Les Wexner ชายวัย “79” ผู้อยู่เบื้องหลังความดังของ Victoria’s Secret

5 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับผู้ชายชื่อ "ซงจุงกิ"

5 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้เกี่ยวกับผู้ชายชื่อ "ซงจุงกิ"

น่าแวะไปถ่ายรูป 5 อาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์เก๋ย่านทองหล่อ vdo

น่าแวะไปถ่ายรูป 5 อาคารสถาปัตยกรรมดีไซน์เก๋ย่านทองหล่อ

เจมส์ ฮันต์ สุดยอดเพลย์บอยนักแข่งแห่งยุค 70

เจมส์ ฮันต์ สุดยอดเพลย์บอยนักแข่งแห่งยุค 70

สัมภาษณ์ “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล นักรบของมโนธรรม”

สัมภาษณ์ “เสกสรรค์ ประเสริฐกุล นักรบของมโนธรรม”

“มนุษย์เห็นแก่ตัวกว่าหอยทาก” ผ่านมุมมอง ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา คนไทยที่สนิทกับหอยทากที่สุด

“มนุษย์เห็นแก่ตัวกว่าหอยทาก” ผ่านมุมมอง ศ.ดร.สมศักดิ์ ปัญหา คนไทยที่สนิทกับหอยทากที่สุด

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์