เปิดเทคนิคการถ่ายภาพ “ทางช้างเผือก”

เปิดเทคนิคการถ่ายภาพ “ทางช้างเผือก”

เปิดเทคนิคการถ่ายภาพ “ทางช้างเผือก”

pptv

สนับสนุนเนื้อหา

ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ถือว่าเป็นฤดูกาลถ่ายภาพทางช้างเผือก ซึ่งทีมนิวมีเดียพีพีทีวี ลงพื้นที่อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 25-26 มี.ค.60 เก็บภาพความสวยงามของทางช้างเผือก บนยอดดอยอินทนนท์ มาให้ชมกัน

“ทางช้างเผือก” (The Milky Way Galaxy) เป็นกาแล็กซี (Galaxy) หรือ ดาราจักรที่เราอยู่ หมายถึง อาณาจักรของดาว กาแล็กซีหนึ่งๆ ประกอบด้วยแก๊ส ฝุ่น และดาวฤกษ์และดาวเคราะห์หลายแสนล้านดวง เป็นกาแล็กซีที่มีขนาดประมาณหมื่นล้านถึงแสนล้านปีแสง และที่มีชื่อว่า “ทางช้างเผือก” เพราะคนไทยถือว่ากษัตริย์เป็นเทวดาซึ่งอวตารมาจากสรวงสวรรค์​ ช้างเผือกเป็นสัตว์คู่บุญบารมีของกษัตริย์ ทางช้างเผือกจึงปรากฎอยู่บนท้องฟ้าซึ่งเป็นที่อยู่ของเทวดาและนางฟ้า 

การสังเกต “ทางช้างเผือก”  เมื่อมองบนท้องฟ้าจะปรากฏเป็นแถบขมุกขมัวคล้ายเมฆของแสงสว่างสีขาว ซึ่งเกิดจากดาวฤกษ์จำนวนมากภายในดาราจักรที่มีรูปร่างเป็นแผ่นจาน ส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือกอยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู ซึ่งเป็นทิศทางไปสู่ในกลางดาราจักร แต่เดิมนักดาราศาสตร์คิดว่าดาราจักรทางช้างเผือกมีลักษณะเป็นดาราจักรชนิดก้นหอยธรรมดา แต่หลังจากผ่านการประเมินครั้งใหม่ในปีพ.ศ.2548 พบว่า ทางช้างเผือกน่าจะเป็นดาราจักรชนิดก้นหอยมีคานมากกว่า

สำหรับปี 2560 ตั้งแต่รุ่งเช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ “ใจกลางทางช้างเผือก” (Galactic Center) หรือ ส่วนที่สว่างที่สุดของทางช้างเผือก ประกอบด้วยวัตถุท้องฟ้ามากมาย เช่น ดาวฤกษ์ กระจุกดาว รวมทั้งเนบิวลา ทางช้างเผือกเป็นวัตถุท้องฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดเมื่อมองจากโลก สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นแถบสว่างพาดเป็นแนวยาวกลางฟ้า ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. จนถึงก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น และยังมีดาวเสาร์สว่างปรากฏบริเวณด้านซ้ายของใจกลางทางช้างเผือกอีกด้วย หลังจากวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะสังเกตเห็นทางช้างเผือกได้เร็วขึ้นเรื่อยๆ  แนวใจกลางทางช้างเผือกจะปรากฏอยู่สูงจากขอบฟ้ามากขึ้น จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงปลายเมษายน แนวใจกลางทางช้างเผือกจะค่อยๆ เปลี่ยนทิศทางเป็นแนวพาดบริเวณกลางฟ้า สามารถสังเกตเห็นได้ตั้งแต่หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป นับเป็นช่วงเวลาที่สามารถชื่นชมความสวยงามและบันทึกภาพทางช้างเผือกได้ยาวนานขึ้น

การถ่ายภาพ “ทางช้างเผือก” ใช้เทคนิคการถ่ายภาพอย่างไร มาดูกัน

1.การถ่ายภาพทางช้างเผือก


การถ่ายภาพทางช้างเผือกจริงๆ แล้วไม่ยาก วิธีการถ่ายก็เหมือนกับการถ่ายดาวทั่วๆ ไปซึ่งการถ่ายดาวทั่วๆ ไป จะมีสูตร ที่มีชื่ออยู่ว่า Rule of 400/600




-ในกรณีกล้องที่เป็นตัวคูณ
ให้นำ 400 หาร ระยะเลนส์ จะเท่ากับ เวลาในการเปิดรับแสงเข้ามาหรือสปีดชัตเตอร์ค้างไว้ เช่น
   400/16 = 25 วินาที



-ในกรณีกล้องที่เป็นฟูลเฟรม ให้นำ 600 หาร ระยะเลนส์ จะเท่ากับ เวลาในการเปิดรับแสงเข้ามาหรือสปีดชัตเตอร์ค้างไว้ เช่น
600/16 = 37.5 วินาที


สำหรับสูตร Rule of 400/600 นี้เป็นชื่อที่เอาไว้จำง่ายๆ โดยมีที่พื้นฐานจากการคำนวณหาขนาดของพิกเซลแต่ละพิกเซลบนเซนเซอร์รับแสงของกล้องถ่ายภาพ แล้วนำมาสร้างเป็นสูตรการคำนวณหาเวลาเมื่อใช้กับเลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสต่างๆ กัน โดยในสูตรนี้เรานิยามว่า “หากแสงยังคงตกอยู่บนพื้นที่เซนเซอร์ไม่เกิน 6-7 พิกเซล ภาพดวงดาวก็จะยังมองดูเป็นจุดไม่ยืดมาก และยอมรับได้ในระดับหนึ่ง”



จากนั้นให้โฟกัสผ่าน Live view โดยแมนนวลโฟกัส ไปที่ดาวเลยก็ได้ถ้ามั่นใจว่าฟ้ามืดและดาวสว่างพอ (แนะนำให้โฟกัสกับดาวที่สว่างที่สุดที่เห็น) ถ้าเลนส์ wide มากจะโฟกัสยากหน่อย เพราะดาวจะเล็ก พอได้ระยะชัดสุดของดาวดวงที่โฟกัส ก็ใช้ค่านี้ในการถ่ายจากนั้นหาโลเคชั่น ฉากหน้า หรือจัดองค์ประกอบได้เลย

วิธีการตั้งค่ากล้อง
-ให้ปรับระบบทั้งหมดให้เป็น แมนวล
-เลือกไวท์บาลานซ์ ให้เป็น Kelvin (K)โหมด โดยให้อยู่ในค่าระหว่าง 3200K ถึง 4000K ใครอยากจะลอง โหมดหรือค่าอื่นก็ลองได้ครับแล้วแต่ความชอบ
-ปรับรูปรับแสงให้กว้างที่สุดเท่าที่เลนส์มี 
-ถ้ามีสายลั่นชัตเตอร์ควรใช้สายลั่น หากไม่มี ใช้โหมดตั้งเวลาถ่าย จะช่วยป้องกันการสั่นไหวระหว่างที่กดชัตเตอร์ เพียงเท่านี้ก็สามารถถ่ายดาวหรือทางช้างเผือกได้แล้ว ที่เหลือแค่ติดตามข้อมูลการเคลื่อนตัวหรือเริ่มต้นของทางช้างเผือกในแต่ละเดือนได้ที่ @NARITpage และข้อมูลสภาพอากาศ

ซึ่งหลักสำคัญของการชมและบันทึกภาพทางช้างเผือก ได้แก่ สภาพท้องฟ้าต้องปลอดโปร่ง ไม่มีเมฆ ไม่มีแสงรบกวนทั้งแสงจากดวงจันทร์และแสงไฟจากเมือง การเลือกสถานที่ควรเป็นสถานที่ที่ห่างจากตัวเมืองอย่างน้อยประมาณ 30 กิโลเมตร เพื่อหลีกหนีจากมลภาวะทางแสงและฝุ่นละอองต่างๆ

2.การถ่ายภาพดาวหมุน หรือ สตาร์เทล


การถ่ายดาวแบบนี้จะมีตั้งค่าและการใช้สปีดชัตเตอร์ต่างจากการถ่ายดาวรูปแบบอื่นนิดหน่อย เพราะการถ่ายต้องใช้สปีดที่นานกว่าในการถ่ายดาวรูปแบบอื่น และต้องใช้รูรับแสงที่แคบลง ISO น้อยๆ เพื่อให้แสงดาวที่มีแสงสว่างน้อยไม่มากวนดาวที่มีแสงสว่างเส้นดาวที่ต้องการ ซึ่งการถ่ายดาวชนิดนี้สิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้ คือ ขาตั้งกล้องและสายลั่นชัตเตอร์


-ขั้นแรก ให้หาดาวเหนือ ตามชื่อเลยดาวเหนือจะอยู่ทางด้านทิศเหนือ แต่ดาวเหนือในช่วงนี้ต้องรอเวลาอาจจะขึ้นช้าหน่อย หรือถ้าใครมีเข็มทิศก็ใช้เข็มทิศ จากนั้นเราก็หาฉากหน้า จัดองค์ประกอบ


-ขั้นตอนการถ่าย ตามตัวอย่างภาพ ใช้การเปิดม่านชัตเตอร์ค้างที่ 5 นาทีต่อเฟรม ISO 400 รูรับแสงที่ F8 ใช้เวลาในการถ่ายประมาณ 1 ชม. จะได้มาประมาณ 17- 18 เฟรม 


-ต่อมาให้ถ่าย Dark Frame มา 4-5 ภาพ เพื่อเอามาใช้ในการทำ ซึ่ง Dark Frame นี้คือการปิดหน้ากล้องแล้วใช้ค่าเดียวกันกับตอนที่ถ่ายดาว


-หลังจากได้ภาพแล้วนำภาพทั้งหมด มาเข้ากระบวนการทำ Timelaps ในคอมพิวเตอร์ ตามโปรแกรมที่ถนัด เช่น StarStrax ,Star Tail

3.ภาพกลุ่มหมอกควัน มีชื่อว่าเนบิวลา


การถ่ายภาพดาวชนิดนี้ต้องอาศัยกล้องดูดาวที่มีกำลังขยายสูงๆ และสามารถเปลี่ยนเมาท์เพื่อรองรับกล้องจากค่ายต่างๆ ได้ 



-ขั้นแรกใช้ Application ในการช่วยหาเนบิวล่า หรือกลุ่มหมอกควัน จะง่ายสำหรับมือใหม่ เช่น star chart, Night Sky จากนั้นให้หาดาวดวงที่สว่างที่สุด เพื่อทำการตั้งค่าโฟกัส


-จากนั้นให้หันไปทางกลุ่มเนบิวล่า ที่ได้ใช้ Application หาไว้แล้ว 


-นำกล้อง DSLR ไปเชื่อมต่อกล้องดูดาวกับเมาท์ที่เราได้แปลงไว้ 


-ใช้ค่า รูรับแสง (F-Stop) ที่กว้างที่สุด ISO สูงๆ แต่ไม่ควรเกิน 6400 เพราะจะตามมาด้วยนอยส์ที่มากเกินไป


-ใช้สปีดชัตเตอร์นานๆ ไว้ก่อนเพื่อจะได้เปิดรับแสงให้ได้มากที่สุด


4.ภาพแสงเย็นคู่ดาว


ลักษณะการถ่ายคล้ายกับการถ่ายดาวทั่วไป เพียงแต่ต้องเลือกช่วงเวลา ซึ่งหลักการถ่ายใช้หลักการเดียวกับการถ่ายดาวและทางช้างเผือก

 

5.การถ่าย Timelaps

ส่วนการถ่ายภาพวีดิโอเพื่อทำไทม์แลปความสวยงามของกลุ่มบนท้องฟ้า  และภาพทางช้างเผือก ครั้งนี้ใช้เทคนิคถ่ายภาพนิ่ง ครั้งละ30 วินาที ต่อ 1 ภาพ จากนั้นนำภาพที่ถ่ายภาพทุกๆ 30 วินาทีมาเรียงต่อกัน จนปรากฏภาพธรรมชาติที่สวยงามอย่างที่เห็น ซึ่งต้องใช้เวลาเฝ้ารอนาน 2-3 ชั่วโมง

ขั้นตอนการถ่าย Timelaps

ขั้นตอนที่ 1 เตรียมอุปกรณ์

1.กล้อง DSLR หรือ mirrorless ก็ได้

2.เลนส์ที่มีความกว้าง Lens wide

3.ขาตั้งกล้อง

4.สายลั่นชัตเตอร์ (กล้องบางรุ่นอาจจะมีโหมดในการถ่าย Timelaps ก็ไม่จำเป็น) ถ้าไม่มีอาจใช้การตั้งเวลาถ่าย

5.เมมโมรี่การ์ดที่มีความจุเยอะๆ 16 กิกะไบต์ขึ้นไป

ขั้นตอนที่ 2 การเลือกวัตถุในการถ่าย

ขั้นตอนนี้จะพูดถึงการหาโฟกัส เทคนิคง่ายๆคือ ปรับโฟกัสเป็นแมนนวล เปิดโหมด Live view ให้ภาพแสดงที่จอ แล้วหาดวงดาวที่สว่างที่สุด ให้ใช้ดิจิตอลซูมให้มากที่สุด เช่น x10 แล้วค่อยๆ หมุนโฟกัสให้ดาวดวงนั้นกลม จะทำให้การถ่ายดาวนั้นชัดทั้งภาพ แล้วจัดคอมโพสตามต้องการ

ขั้นตอนที่ 3 ลงมือถ่ายทำ

ขั้นตอนนี้จะใช้เทคนิคการถ่ายแบบเปิดชัตเตอร์ยาวโดยใช้สายลั่นชัตเตอร์หรือถ้ากล้องมีโหมดถ่าย Timelaps ก็ใช้โหมดนั้นจะสะดวกกว่า ในกรณีไม่มีสายลั่นให้ใช้วิธีการถ่ายแบบตั้งเวลา เพื่อให้กล้องเก็บแสงให้ได้มากที่สุด

ควรถ่ายกี่รูป?

หลักของภาพเคลื่อนไหวคือ 25 เฟรมต่อ1วินาที เท่ากับว่า เราต้องการถ่ายภาพเคลื่อน 1 วินาทีนั้นเราต้องมีภาพนิ่ง 25 ภาพ ถ้าเราต้องการภาพเคลื่อนไหว 10 วินาที เท่ากับเราต้องมีภาพ 250 ภาพ

แต่ละรูปควรตั้งกล้องถ่ายนานขนาดไหน ?

วีดีโอ Timelaps ดวงดาว เราตั้งค่ากล้องไว้ที่ Fstop กว้างสุดที่เลนส์ทำได้ ไวท์บาลานอยู่ที่ 3200 ให้ท้องฟ้าออกสีฟ้าๆหน่อย isoไม่ต่ำกว่า 3200 ชัดเตอร์ 30 วินาทีต่อ 1 ภาพ ถ่ายทั้งหมด 250 ภาพ แต่ละภาพทิ้งระยะเวลาห่าง 10 วินาที = 250ภาพ x 40 วินาที / 60 นาที เท่ากับเราจะใช้เวลาถ่ายประมาณ 2.4 ชั่วโมง ต่อภาพเคลื่อนไหว 10 วินาที

ทำยังไงให้ได้ภาพหลายๆ มุม?

ลองถ่ายภาพก่อน เพื่อเช็คมุมภาพว่าได้แบบที่ต้องการหรือไม่ ถ้ายังไม่ได้ตามต้องการ ต้องเดินหามุมและทดลองถ่ายภาพจนกว่าจะได้มุมตามต้องการ

ขั้นตอนที่ 4. Processภาพ

หลังจากได้ภาพแล้วนำภาพทั้งหมด มาเข้ากระบวนการทำ Timelaps ในคอมพิวเตอร์ ตามโปรแกรมที่ถนัด 



***หมายเหตุทุกภาพทั้งหมดควรถ่ายด้วย Raw ไฟล์

PPTV PHOTO : สมศักดิ์ เนตรทอง

ขอบคุณข้อมูลจาก ศูนย์การเรียนรู้วิทยาศาสตร์โลกและดาราศาสตร์, สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.)

 

ทางเลือกไร้พุง! 7 วิธีการลดไขมันร่างกายภายใน 7 วันแบบปัจจุบันทันด่วน!

ทางเลือกไร้พุง! 7 วิธีการลดไขมันร่างกายภายใน 7 วันแบบปัจจุบันทันด่วน!

วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้ายังไง ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

วิ่งบนลู่วิ่งไฟฟ้ายังไง ให้ได้ผลลัพธ์ดีที่สุด

เดินวันละ 25 นาที ลดความเสี่ยงเสียชีวิตจาก “มะเร็ง” ได้

เดินวันละ 25 นาที ลดความเสี่ยงเสียชีวิตจาก “มะเร็ง” ได้

รู้หรือไม่? แค่กระโดดเชือก ก็มีประโยชน์มากมายกว่าที่คิด

รู้หรือไม่? แค่กระโดดเชือก ก็มีประโยชน์มากมายกว่าที่คิด

สุดแซ่บ!! พ่อค้าทุเรียนลับแลกล้ามใหญ่

สุดแซ่บ!! พ่อค้าทุเรียนลับแลกล้ามใหญ่

เปิดรอยสักพร้อมความหมาย “ป๊อก ภัสสรกรณ์”

เปิดรอยสักพร้อมความหมาย “ป๊อก ภัสสรกรณ์”

คุยนอกคอร์ท ดีเจเอกกี้ กับเทนนิสกีฬาสุดโปรด

คุยนอกคอร์ท ดีเจเอกกี้ กับเทนนิสกีฬาสุดโปรด

ห้ามทำสิ่งนี้ก่อน ออกกำลังกาย ถ้าไม่อยากสุขภาพพัง !!!

ห้ามทำสิ่งนี้ก่อน ออกกำลังกาย ถ้าไม่อยากสุขภาพพัง !!!

อยากเป็นนายแบบต้องดู VOOV x Attitude SS2

อยากเป็นนายแบบต้องดู VOOV x Attitude SS2

ไม่น่าเชื่อแค่คุณ “วิ่งตอนเช้า” ก็แก้เมาค้างได้ !!

ไม่น่าเชื่อแค่คุณ “วิ่งตอนเช้า” ก็แก้เมาค้างได้ !!

ไปนอนกัน! อดนอนมากไป ระวังเซลล์สมองจะเล่นงานตัวเอง

ไปนอนกัน! อดนอนมากไป ระวังเซลล์สมองจะเล่นงานตัวเอง

จริงหรือ? ที่ว่าการวิ่งเป็นการลดน้ำหนักที่แย่ที่สุด

จริงหรือ? ที่ว่าการวิ่งเป็นการลดน้ำหนักที่แย่ที่สุด

50 อันดับผู้ชายไทยที่มียอดติดตาม Instagram สูงสุด 2560

50 อันดับผู้ชายไทยที่มียอดติดตาม Instagram สูงสุด 2560

ออกกำลังกายตอน “ท้องว่าง” เบิร์น “ไขมัน” ได้ดีกว่า ?

ออกกำลังกายตอน “ท้องว่าง” เบิร์น “ไขมัน” ได้ดีกว่า ?

เรื่องบนเตียงดีขึ้นแน่ ถ้า “แก่” แต่ “หัวใจยังเด็ก”

เรื่องบนเตียงดีขึ้นแน่ ถ้า “แก่” แต่ “หัวใจยังเด็ก”

เติมเต็มคำว่า ‘เพื่อน’ เติมความฝันด้วย ‘กีฬา’

เติมเต็มคำว่า ‘เพื่อน’ เติมความฝันด้วย ‘กีฬา’

15 คุณประโยชน์ของ “ยาสีฟัน” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

15 คุณประโยชน์ของ “ยาสีฟัน” ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

6 สัญญาณเตือน “รักเริ่มจืดจาง”

6 สัญญาณเตือน “รักเริ่มจืดจาง”

ส่อง 5 รถแต่งโบราณสุดคลาสสิก และรถคัสตอม สุดเท่ห์

ส่อง 5 รถแต่งโบราณสุดคลาสสิก และรถคัสตอม สุดเท่ห์

จากอ้วนจนหาแฟนไม่ได้กลายเป็นนักเพาะกายที่ไม่รู้จะเลือกสาวคนไหนดี

จากอ้วนจนหาแฟนไม่ได้กลายเป็นนักเพาะกายที่ไม่รู้จะเลือกสาวคนไหนดี

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์