“ญี่ปุ่น” ยังเข้ม! จำกัดสิทธิ์คนมี “รอยสัก” ไม่ให้ลงบ่อน้ำพุร้อน

“ญี่ปุ่น” ยังเข้ม! จำกัดสิทธิ์คนมี “รอยสัก” ไม่ให้ลงบ่อน้ำพุร้อน

“ญี่ปุ่น” ยังเข้ม! จำกัดสิทธิ์คนมี “รอยสัก” ไม่ให้ลงบ่อน้ำพุร้อน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ญี่ปุ่นยังคงจำกัดสิทธิ์คนที่มี “รอยสัก” ไม่ให้เข้าใช้บ่อน้ำพุร้อน ซึ่งสร้างความรำคาญใจให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีรอยสักอยู่ตามร่างกาย

สำนักข่าว REUTERS รายงานว่า แม้ประเทศญี่ปุ่นจะมีการสักร่างกายมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุคประวัติศาสตร์ และตอนนี้การสักก็ถือเป็นแฟชั่นที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในต่างประเทศ รวมถึงในกลุ่มคนหนุ่มสาวของญี่ปุ่น แต่ใช่ว่าคนญี่ปุ่นทุกคนจะยอมรับในเรื่องนี้ เพราะบางครั้งการสักร่างกาย อาจทำให้นายจ้างในญี่ปุ่นไม่รับเข้าทำงาน หรือสถานที่บางแห่ง เช่น บ่อน้ำพุร้อนและสระว่ายน้ำ ก็ไม่อนุญาตให้คนสักร่างกายเข้าใช้บริการ ซึ่งนักท่องเที่ยวต่างชาติยังถูกจำกัดสิทธิ์ด้วยในเรื่องนี้ ถ้าพบเห็นรอยสักอยู่ตามร่างกาย

ทั้งนี้ ปีที่แล้ว มีนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นมากเป็นประวัติการณ์ คือ เกือบ 20 ล้านคน ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 45 ปี ที่มีต่างชาติมาเที่ยวญี่ปุ่นมากกว่าจำนวนคนญี่ปุ่นที่ออกไปเที่ยวต่างประเทศ โดยรัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าจะเพิ่มนักท่องเที่ยวเป็น 40 ล้านคน ในปี 2020

สำหรับการจำกัดสิทธิ์คนสักร่างกาย แล้วทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีรอยสัก ไม่สามารถเข้าไปแช่น้ำพุร้อน, ลงสระว่ายน้ำ, เข้าโรงยิม และแม้กระทั่งห้ามเข้าชายหาดบางแห่ง ก็ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกรำคาญใจ โดยผลสำรวจเมื่อปีที่แล้ว พบว่า มีโรงอาบน้ำและบ่อน้ำพุร้อน 50 เปอร์เซ็นต์ ในญี่ปุ่น ไม่ให้คนมีรอยสักเข้าใช้บริการ

นักท่องเที่ยว ระบุว่า ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดโอลิมปิกในปี 2020 ดังนั้น ควรผ่อนคลายข้อจำกัดในเรื่องนี้ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าประเทศ ส่วนองค์การการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ระบุว่า รอยสักทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับพวกยากูซ่า แต่ญี่ปุ่นก็จะค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนเรื่องนี้ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook